VAR คืออะไร และส่งผลต่อการแข่งขันอย่างไร?

VAR หรือ Video Assistant Referee คือเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยผู้ตัดสินในการตัดสินใจเหตุการณ์สำคัญในเกมฟุตบอลเพื่อเพิ่มความยุติธรรม แม้จะช่วยลดข้อผิดพลาด แต่ก็อาจทำให้เกมหยุดชะงักได้.

1 minute

Read Time

VAR คืออะไร?

VAR ย่อมาจาก Video Assistant Referee หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า ‘ผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ’ คือเทคโนโลยีที่นำเข้ามาใช้ในวงการฟุตบอลเพื่อช่วยผู้ตัดสินในสนามในการตัดสินใจในเหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งผลต่อผลการแข่งขัน เทคโนโลยีนี้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการตัดสินในเกมฟุตบอลอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดข้อผิดพลาดในการตัดสินใจของผู้ตัดสินและทำให้เกมมีความยุติธรรมมากยิ่งขึ้น

การทำงานของ VAR จะมีทีมงานผู้ตัดสิน VAR นั่งประจำอยู่ในห้องควบคุมนอกสนาม พวกเขาจะคอยดูภาพช้าจากมุมกล้องต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้ระหว่างการแข่งขัน เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญที่อาจมีการตัดสินใจผิดพลาด ผู้ตัดสินในสนามสามารถขอความช่วยเหลือจาก VAR ได้ หรือ VAR เองก็สามารถแจ้งเตือนผู้ตัดสินในสนามเพื่อให้พิจารณาเหตุการณ์นั้นใหม่ได้เช่นกัน

เหตุการณ์ที่ VAR สามารถเข้ามาตรวจสอบได้

VAR ไม่ได้เข้ามาตรวจสอบทุกเหตุการณ์ในเกม แต่จะจำกัดอยู่แค่ 4 ประเภทหลักๆ ที่มีผลกระทบอย่างมากต่อผลการแข่งขัน ได้แก่:

  • ประตูและจังหวะก่อนการทำประตู: ตรวจสอบว่ามีจังหวะฟาวล์ การล้ำหน้า หรือการแฮนด์บอลเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการทำประตูหรือไม่
  • ลูกจุดโทษ: ตรวจสอบว่ามีการทำฟาวล์ในเขตโทษจริงหรือไม่ ตำแหน่งของการทำฟาวล์ และมีการกระทำผิดที่ชัดเจนหรือไม่
  • ใบแดงโดยตรง: ตรวจสอบเหตุการณ์ที่ผู้ตัดสินอาจพลาดการให้ใบแดงโดยตรง หรือให้ใบแดงผิดพลาด
  • การระบุตัวผู้เล่นผิดพลาด: ในกรณีที่ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองหรือใบแดงผิดคน

VAR ทำงานอย่างไร?

เมื่อมีเหตุการณ์ที่ต้องตรวจสอบ VAR จะแจ้งให้ผู้ตัดสินในสนามทราบ ผู้ตัดสินสามารถทำสัญลักษณ์เป็นรูปสี่เหลี่ยมด้วยมือเพื่อบ่งบอกว่าจะมีการตรวจสอบ VAR ในบางกรณี ผู้ตัดสินอาจวิ่งไปดูภาพช้าที่ข้างสนามด้วยตนเองที่เรียกว่า On-Field Review (OFR) เพื่อตัดสินใจขั้นสุดท้าย หรือบางครั้ง VAR ก็อาจจะสื่อสารข้อมูลให้ผู้ตัดสินทราบผ่านหูฟังโดยตรงที่เรียกว่า VAR Check โดยที่ผู้ตัดสินไม่จำเป็นต้องไปดูภาพช้าด้วยตัวเอง แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินในสนามเสมอ

ผลกระทบของ VAR ต่อการแข่งขันฟุตบอล

การนำ VAR มาใช้ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบต่อเกมฟุตบอล:

  • เชิงบวก:
    • ความยุติธรรมที่เพิ่มขึ้น: ช่วยลดข้อผิดพลาดในการตัดสินใจที่สำคัญ ทำให้ผลการแข่งขันมีความยุติธรรมมากขึ้น
    • ลดการจำลองล้ม (Diving): ผู้เล่นมีแนวโน้มที่จะลดการพุ่งล้มเพื่อเรียกฟาวล์ลง เนื่องจากรู้ว่า VAR สามารถตรวจสอบและจับผิดได้
    • ความชัดเจนในการตัดสินใจ: ทำให้ผู้ชมและผู้เล่นเข้าใจเหตุผลในการตัดสินใจบางอย่างได้ดีขึ้น
  • เชิงลบ:
    • การหยุดชะงักของเกม: การตรวจสอบ VAR อาจทำให้เกมต้องหยุดชะงักเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำลายจังหวะและความต่อเนื่องของเกม
    • ลดอารมณ์ร่วม: การฉลองประตูอาจต้องรอการยืนยันจาก VAR ทำให้ความรู้สึกตื่นเต้นลดลง
    • ความเข้าใจที่แตกต่างกัน: ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันในหมู่แฟนบอลและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเกณฑ์การตัดสินใจของ VAR ในบางสถานการณ์

แม้จะมีข้อถกเถียงอยู่บ้าง แต่ VAR ก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของฟุตบอลยุคใหม่ไปแล้ว และยังคงมีการปรับปรุงและพัฒนาการใช้งานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกมกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกนี้